อาการผู้ที่ติดเชื้อ Aids ระยะแรกถึงระยะสุดท้าย

โรค Aids แบ่งออกเป็น 3 ระยะ

ระยะ 1 เป็นระยะที่ไม่ปรากฏอาการ  หรือเรียกว่า ระยะติดเชื้อโดย สุขภาพจะแข็งแรงเหมือนคนปกติทั่วไปทุกอย่าง แต่อาจจะเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆบ้าง เช่น  เป็นไข้หวัด ซึ่งจะหายได้เหมือนทั่วไป ยังไม่มีโรคแทรกซ้อน

สำหรับบางคนอาจจะอยู่ในระยะนี้ 2-3 ปี ก่อนจะเข้าสู่ระยะต่อประมาณ 7-8 ปี แต่บางคนอาจจะไม่มีอาการถึง 10 ปี หรือนานกว่านั้นก็ได้ ซึ่งผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระยะนี้แม้จะไม่แสดงอาการแต่ก็สามารถแพร่เชื้อให้กับอื่นๆ ได้

ระยะ 2 ระยะมีอาการสัมพันธ์กับ Aids ระยะนี้นอกจากมีผลเลือด + แล้ว ยังมีอาการหลายอย่างปรากฏให้เห็น เช่น

  • ต่อมน้ำเหลืองโตติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน
  • น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ท้องเสียเรื้อรังเป็นเวลานานเกินกว่า 1 เดือน
  • มีฝ้าขาวขึ้นที่ลิ้นและลำคอ เป็นต้น

โดยระยะนี้อาจจะอยู่นานเป็นเดือน เป็นปี แล้วจะกลายเป็น Aids เต็มขั้นต่อไป

ระยะ 3 ระยะAidsเต็มขั้น หรือเรียกว่าโรค Aids ระยะนี้ภูมิต้านทานของร่างกายจะถูกทำลายลงเยอะมาก เม็ดเลือดขาวถูกทำลายไปจนเหลือน้อย ทำให้เกิดการติดเชื้อโรค ที่เรียกว่าโรคติดเชื้อฉวยโอกาส ซึ่งมีอยู่หลายชนิดแล้วแต่ว่าจะมีการติดเชื้อฉวยโอกาสชนิดใด เช่น ถ้าเป็นปอดบวม ก็จะมีไข้  หอบ เจ็บหน้าอก ถ้าเป็นเชื้อราของระบบทางเดินอาหาร จะมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก ถ้าเป็นโรค Aids ของระบบประสาท ก็จะมีอาการความจำเสื่อม  ซึมเศร้า สมองเสื่อม แขนขาอ่อนแรง เป็นต้น

คนเป็นโรค Aids มักเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด

ส่วนใหญ่คนเป็น Aids มักเสียชีวิต เพราะ มีเชื้อโรคอื่นแทรกซ้อนเข้ามา เนื่องจากร่างกายไม่มีภูมิต้านทาน  เกิดโรคแทรกซ้อนจากการติดเชื้อต่าง ๆ เช่น มะเร็ง โรคติดเชื้อฉวยโอกาส โรคเรื้อรังเช่น  งูสวัด  โรคปอดบวม โรคท้องร่วง เป็นต้น

ผู้ป่วยโรค Aids ทำไมถึงมีมะเร็งร่วมด้วย

ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าโรค Aids ไปทำให้เกิดโรคมะเร็ง ในผู้ป่วย Aids ระยะสุดท้ายได้อย่างไร เพียงแต่มีการสันนิษฐานว่าเชื้อ Aids มีความสามารถด้วยตัวมันเองหรือมีการสร้างสารบางอย่าง ไปกระตุ้นให้เซลล์บางตัวในร่างกายมีการแบ่งตัวผิดปกติจนเกิดมะเร็งขึ้น มะเร็งในผู้ป่วย Aids ระยะสุดท้ายคือ มะเร็งเยื่อบุหลอดเลือด ทำให้เกิดกลุ่มหลอดเลือดที่ผิดปกติมองเห็นได้บริเวณผิวหนังเป็น จ้ำสีแดงม่วงๆ หรือ แดงคล้ำๆเป็นลักษณะที่น่ากลัวสำหรับผู้พบเห็นทั่วไปและยากต่อการรักษา มะเร็งอีกชนิดหนึ่งที่พบคือ มะเร็งระบบน้ำเหลืองเป็นก้อนโตตามต่อมน้ำเหลืองต่างๆและแตกต่างจากมะเร็งของต่อมน้ำเหลืองอื่น คือ รักษาได้ยากกว่า